ครั้งแรกกับสระว่ายน้ำ
จริงๆ แล้ววันนี้ต้องไปทำงานตจว. แต่เมื่อคืน คุณหลานเธอแหวะกลางดึก 2 ครั้ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน แล้ววันนี้พ่อก็อยู่บ้านคนเดียว น้องไปเชียงใหม่ยังไม่กลับ เลยต้องขอเจ้านายอยู่บ้าน กะว่าถ้ามีแหวะอีกรอบจะได้กะเตงพาหลานไปหาหมอ
แต่เช้ามา อาการคุณหลานเธอก็ปกติ พ่องดให้กินนมชั่วคราว แล้วให้จิบๆ น้ำเกลือแร่ พอสายๆ ชีก็ร่าเริงได้เกือบปกติ
เนื่อง จากเมื่อวานไปถอยชุดว่ายน้ำวันพีซสีฟ้าลายน่ารักราคาน่าลุ้นมาให้คุณหลาน ก็เลยอยากพาชีไปลองว่ายน้ำดูทีซิ คุณนายเธอชอบเล่นน้ำ เคยไปทะเลกับแม่มัน ก็ท่าทางจะโปรด แต่ยังไม่เคยพาไปว่ายน้ำในสระซะที วันนี้ก็เลยถือโอกาสพาเธอไปซะหน่อย พอคุณเธอรู้ว่าจะพาไปว่ายน้ำ เธอก็เรียกร้องจะแต่งชุดว่ายน้ำไปตั้งแต่อยู่ที่บ้านเลยทีเดียวเชียว แต่ก็สะดวกดีนะ ไม่ต้องจับเปลี่ยนกันสองสามรอบ เพียงแต่ต้องจำยอมต่อการตกเป็นเป้าสายตาของประชาชีทั้งซอย ลำพังชุดว่ายน้ำก็สีแปร๋นพออยู่แล้ว พอแต่งตัวแม่หลานเสร็จ ยัยอามันก็เก็บข้าวของต่อ พอออกมาหน้าบ้าน คุณหลานเธอก็ไปหาคอสตูมมาเสริมซะอยู่ในสภาพนี้เรียบรอยแล้ว

มั่นใจว่าสวยค่ะ สื่อเส่อ อย่าได้ไปแคร์
รูป นี้ถ่ายตอนมาถึงสระแล้ว เพราะตอนออกมาเจอชีในสภาพนี้หน้าบ้าน สถานการณ์ตอนนั้นไม่อาจบันทึกภาพไว้ได้ เพราะเพื่อนบ้านกำลังแตกตื่นรุมล้อมราวกะเห็นอีทีก็มิปาน
เอา เป็นว่า เราจูงชีเดินมาสระว่ายน้ำ โดยตกเป็นเป้าสายตาประชาชีมาตลอดทาง ขนาดคนขี่มอไซสวนมาไม่รู้จักกัน ยังเอ่ยปากแซว ซึ่งเธอก็ไม่ได้ออกอาการเสียเซลฟ์แม้แต่น้อย เมื่อมันไม่อาย เราก็ไม่รู้จะอายไปทำไม (แต่แอบด่าในใจ เมิงเป็นใครฟะ แสรดดดด)
ก่อน มาถึงสระ แวะซื้อที่เป่าลูกโป่งฟองสบู่ใช้ชีถือเล่น พอมาถึงสระ ก็ให้คุณหลานแอบใส่รองเท้าขึ้นไปถ่ายแฟชั่นในสภาพเต็มยศก่อนจะพาไปล้างตัว ก่อนลงสระ
ตอนพา ไปล้างตัวในห้องน้ำ ถอดหมวก ถอดรองเท้า เอาฝักบัวราดไปทั้งชุดว่ายน้ำ คุณหลานเธอก็โวยวายว่าเราทำชุดเริ่ดๆ ของเธอเปียกหมด พอพาขึ้นมาบนสระ เธอก็มีอาการแหยงๆ นิดๆ ตามประสาคนไม่เคย พออุ้มพาลงสระก็มีโยเย งอแง ก็เลยชวนเธอเล่นเป่าลูกโป่งฟองสบู่ก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสถานที่ ปรากฏว่า โดนจนท.สระด่าค่ะ (เป็นสระโรงเรียน) เพราะมันเป็นสารเคมี เกรงจะปนเปื้อนลงสระ เลยจ๋อยทั้งอาทั้งหลาน แต่จะให้ยึดของกลางมาเก็บเลยก็เกรงว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมทั้งน้ำตา พาลจะไม่ได้ลงน้ำ ก็เลยแอบให้หลานไปเล่นมุมๆ สระ แล้วให้เป่าออกไปข้างนอก ไม่ให้ฟองไหลย้อนกลับมาลงสระ
สัก พักก็ตะล่อมคุณเธอมานั่งเล่นริมสระ เอามือมั่ง เท้ามั่ง ตีน้ำเล่น แล้วก็เริ่มไปหยิบโฟมที่เป็นก้อนๆ ที่เค้าไว้หัดว่ายน้ำ มาโยนเล่น เราลงไปอยู่ในสระ (ลึก 70 ซ.ม.) คุณหลานอยู่ริมสระ แล้วโยนรับโฟมกัน คือเราต้องการให้เธอกล้ายืนอยู่ริมสระคนเดียวก่อน แต่ก็พบว่าเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่านัก เพราะพอเธอเริ่มสนุก เธอก็พลาด หล่นตู้มลงในสระ ความลึก 70 ซม. นั้นมิดศีรษะเธอค่ะ ใจหล่นโครมไปอยู่ตาตุ่ม เผ่นไปคว้าตัวมาได้ แล้วอุ้มขึ้นบกเลย
คุณ หลานเธอตกใจ แต่ยังเงียบอยู่ พอกอด พอปลอบซักพักก็เริ่มร้อง เราก็นั่งปลอบอยู่พักใหญ่ หาน้ำให้กิน สักพักเธอก็เริ่มนิ่ง เราก็เริ่มรู้สึกผิด และไม่รู้จะเอาไงต่อดี เคยอ่านนิยายของกิ่งฉัตร เรื่องดวงใจพิสุทธิ์ ที่เอามาทำละครช่องเจ็ด สิเรียมเล่นกะแซม แล้วก็น้องจีโน่อ่ะ ตอนนั้นหลานชายนางเอกจมน้ำที่สระ แต่พระเอกช่วยไว้มัน แต่ก็บังคับให้หลานนางเอกลงน้ำต่อ เพราะไม่งั้นจะกลัวติดไปตลอดชีวิต
แต่ เราก็เริ่มป็อด ยิ่งเห็นหลานกลัวก็ไม่อยากฝืนเธอ ก็เลยว่าจะพาขึ้น แต่พอหันมาเห็นเจ้าหน้าที่สระ เค้าก็บอกว่า ถ้าหายตกใจแล้ว คุณแม่ต้องอุ้มลงสระอีกรอบนะคะ ไม่งั้นเค้าจะเข็ด และกลัวไปตลอด
โอววว ไอ้อันนี้ยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่าในมุมมองของเรา ไม่อยากให้หลานมีปมแบบนี้อ่ะ ก็เลยต้องแข็งใจ หาทางพาลงอีกรอบ ซึ่งยากกว่าครั้งแรกมาก คราวนี้ก็เลยต้องย้อนกลับมาใช้ตัวช่วยอีกที เป็นที่เป่าฟองสบู่อันเดิม แต่เปลี่ยนจากน้ำยาเคมี เป็นแชมพูเด็ก ซึ่งคาดว่าคงมีผลต่อน้ำในสระน้อยกว่า ซึ่งคราวนี้จนท.เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่ว่าอะไร เพราะสระเด็กก็มีแค่เรากับหลานที่เล่นกันอยู่ ก็เลยชวนหลานไปเป่าสบู่ริมสระ พักใหญ่กว่าชีจะยอมเอาขาแตะน้ำ แต่พอเริ่มสนุกก็เริ่มพลิ้วแล้ว ทีนี้เราเลยโอบชีจากด้านหลัง เอามือเราล็อกไว้ที่หน้าอกชีอย่างแน่นหนา แล้วพาเดินให้ขาแตะน้ำตรงกลางๆ สระบ้าง รอบแรกก็มีโวยวาย พอหลังๆ เริ่มพลิ้ว เริ่มสนุก จนเอาตัวหย่อนลงไปทั้งตัว โผล่มาแค่หัว ทีนี้กรี๊ดกรา๊ดลั่นสระ สนุกเค้าล่ะ เริ่มติดใจ
ก็ ต้องนับว่าประสบความสำเร็จในการทำให้เธอหายกลัวสระ เพราะหลังๆ เธอสามารถกระโดดลงสระโดยที่มีเรารอรับอยู่ได้อย่างไม่กลัวแม้แต่นิด พาเล่นอยู่อย่างนั้นประมาณชั่วโมงหนึ่ง คนที่ไม่ไหวเริ่มเป็นเรา เหนื่อยเว้ยเฮ้ย อุ้มเด็กสามขวบวนไปวนมาในสระนี่มันไม่ใช่เล่นๆ นะเว้ยเฮ้ย จะชวนขึ้น เธอก็ไม่ยอม ติดอกติดใจจนลืมที่จมเมื่อกี๊ไปหมดในเวลารวดเร็ว
พอ รู้สึกไม่ไหว ก็กะว่าจะให้ชีเล่นรอบสุดท้าย แต่คุณหลานเธอคึกสุดขีด โดดลงสระโดยที่เรายังเตรียมตัวรับไม่ทัน ก็เลยจมบุ๋งลงไป แต่ไม่นานเท่าครั้งแรก เพราะเราอยู่ใกล้กว่าครั้งนั้น พออุ้มขึ้นมาได้เลยถือโอกาสพาขึ้นเลย คราวนี้ไม่มีเสียงงอแงอยากเล่นต่อ กลายเป็นเสียงโอดครวญเพราะจมน้ำแทน
ก็แอบ กลัวๆ ว่าคุณเธอจะกลับมากลัวสระอีกหรือเปล่า เพราะพอขึ้นมาได้ก็มีซึมๆ พอตะล่อมถามว่าพรุ่งนี้มาว่ายอีกมั้ย เธอก็ส่ายหน้า พอถามว่าทำไม เธอก็ก้มหน้าลง แล้วบอกว่า จม
แต่ สังขารก็ไม่ให้แล้วเหมือนกัน กลัวว่าถ้าพาลงอีกรอบจะได้จมอีกรอบ ก็เลยพาขึ้นแหละ ดีแล้ว คิดว่าครั้งหน้าถ้าพามาก็น่าจะหลอกล่อให้ลงสระอีกไม่น่ายาก เพราะมีประสบการณ์ในการจมมาแล้ว 2 ครั้ง (ฮา)
--------------------------------
กลับมาบ้าน สะโพกครากเลย
ดูรูปที่เหลือดีก่า ถ่ายก่อนที่ชีจะจมน้ำรอบแรก เลยยังซ่าได้อยู่

อันนี้ช่างภาพบอกให้โพสต์ท่านี้ค่ะ จะได้ยืดตัวแขม่วพุง

ท่านี้ก็ช่างภาพรีเควสต์อีกน่ะแหล่ะค่ะ

ยิ้มเป็นยิ้มค่ะ ไม่มีกั๊กอยู่แล้ว

ท่านี้ ครีเอทเองค่ะ เห็นช่างภาพถ่ายไปปาดเหงื่อไป (มันคิดได้ไงวะ หลานตู)
ปิดท้ายด้วยวิดีโอ
นาครีอัส
31 ม.ค. 2010 เวลา 20:32 น.



เออ น่าแป้นแล้นดีแท้แม่หลานสะใภ้
หวังว่าจะไม่สับสนกับรอยแผล ที่เกิดขึ้นสองครั้ง
เพราะรอยแผลในคลิปวิดิโอ กับรอยแผลที่เกิดขึ้นเพราะผม
เป็นคนละรอยแผลกัน
และระยะเวลาของรอยแผล ห่างกัน 4 ปี
คือแผลในคลิปวิดิโอ เมื่อปี 2007 ครับ